Travel and Lifestyle

, ,

สิงคโปร์...นั้นโก้จริงๆ | Singapore 2017

เพิ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ครั้งแรก เลยจะมาเล่าให้ฟังกันซะหน่อย ก่อนที่จะลืมความรู้สึกประทับใจเหล่านี้ไปซะก่อน เป็นประเทศที่เหมือนจะไม่ได้อยู่ในลิสต์การไปเยือนเท่าไหร่ ถ้าพูดถึงประเทศในฝันอ่ะเนาะ แต่เงินในกระเป๋าในอนุญาตให้เราไปได้แค่แถวๆ นี้ ฮ่าา


เริ่มแรกก็ไม่รู้ไปคุยกันอีท่าไหน ตัดภาพมาก็จองตั๋วกันไปเป็นที่เรียบร้อย แรกเริ่มสมาชิกมีเพียง 6 คน รบเล้าเพื่อนได้ เพิ่มมาอีก 5 คน รวมเป็น 11 คนถ้วน ถือเป็นทริปต่างประเทศทริปแรกของเราเลยที่ไปกับเพื่อน แถมจำนวนไม่ใช่น้อยๆ

ทริปนี้เราคิดแฮชแท็กกันเล่นๆ ว่า #สิงคโปร์นั้นโก้จริงๆ 2017 (ทำนองสาวบางโพธิ์)
สิงคโปร์นั้นโก้จริงๆ... ตอนแรกก็ตั้งไปเล่นๆ แหละ ให้คำมันสอดคล้องกันไปเฉยๆ แต่พอไปถึง เฮ้ย!! มันก็โก้จริงๆ นี่หว่า ยกตัวอย่างความโก้ให้ดูเรียกน้ำย่อย




ตึกรามบ้านช่องมันดูมีดีไซน์ บางทีก็ดีไซน์แปลกเลย ถึงจะเป็นวิวเมืองแต่ก็อารมณ์ต่างจากกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก ด้วยความโล่ง สะอาดสะอ้านด้วยแหละมั้ง เป็นประเทศที่เราว่าเขาสร้างมาเพื่อให้คนมาดู ความเจริญของเขาอ่ะ หลายอย่างไม่ได้มีมาแต่เดิม

เอกลักษณ์ของสิงคโปร์ ถ้าจะให้พูดถึงเราก็ไม่รู้จะต้องพูดอธิบายยังไง มันคือฝรั่งจีนแขกรวมๆ กัน แต่นี่แหละที่เป็นสเน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนต้องมาเยือนกันสักครั้ง พวกเราก็โดนหลุมพรางมาเหมือนกัน ด้วยความที่ไม่รู้จะแต่งรูปโทนไหนดี รักพี่เสียดายน้อง ก็เลยผุดความคิดว่าจะเปลี่ยนโทนรูปไปตามวันแล้วกัน

อารัมภบทมาเยอะแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า จะพยายามเล่าเรื่องเรียงลำดับ ตามเหตุการณ์จริงให้ฟังกัน


THURSDAY 18 :
อยู่บนเครื่องเหงาๆ ใครไม่เหงาเราเหงา




เราลงที่ Terminal 1 เพื่อนเราอยู่ที่ Terminal 2 การเดินทางไปหากันไม่ยาก ดูป้าย Skytrain to T2 เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก็จะเจอเส้นทางให้เดินไป
  



ได้Wifi ฟรีแล้ว ติดต่อเพื่อนและทางบ้านได้ แต่เวลาจำกัดแค่ประมาณ 40 นาที




นี่ฉ้านอยู่ที่สนามบินที่ดีที่สุดในโลกแล้วเหรอเนี่ย
ก็คือหาเรื่องตื่นเต้นกับทุกอย่างงงง

 

เราซื้อซิมแบบ 15$ : 6 คนแต่ซื้อแค่ 3 ซิม แชร์ฮอตสปอตให้กันได้ไม่มีปัญหา ซื้อในสนามบินชางงีนี่แหละ ลืมถ่ายรูปมาฝาก จะเป็นเคาเตอร์ช่องๆ ไม่ใช่ที่เป็นบูธนะคะ ที่เป็นบูธชอบมีแต่แบบที่แพงขึ้นไปอีก

  

ทริปนี้เราใช้กล้อง Fuji XA2 + เลนส์มือหมุน Fujian 35 mm f1.7 แทบทั้งทริป เนื่องจากเพื่อนคนอื่นๆ ก็พกพากล้องมา เราเลยเลือกใช้เลนส์ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้จากกล้องเราก็จะมุมแคบหน่อย เบลอๆ หลุดๆ ไปบ้างเยอะเลย แต่พอนำรูปมาแลกกันกับเพื่อนก็ดีงาม หลากหลายดี


FRIDAY 19 :



เราไปรวมตัวกันอยู่ที่ Terminal 2 หาข้าวหาปลากิน ต่อมาก็หาซอกมุมเพื่อหลับนอน บ้างก็ไม่นอน บ้างก็ร้านกาแฟ นั่งร้านกาแฟเพื่อทำไร เพื่อนั่งหลับกัน ฮ่าๆ หลังจากที่แยกย้ายกันนอนกลิ้ง นั่งร้านกาแฟ เข้าห้องน้ำ ก็ได้เวลารวมตัวกันแบบจริงจังสักที หลังจากที่กระจัดกระจายไปทั่วทิศ... เก็บภาพหมูก่อนเข้าเมืองสักนิด

  



ได้เวลาเข้าเมืองหาป้าย Trains to City เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอค่ะ แวะซื้อบัตร Ez link ตรงเคาเตอร์ก่อนทางเข้า เติมสัก 20$ ก็พอนะ เติมง่ายๆ แค่วางบัตรลงไป กด Add Value >> กด Cash และหยอดตังค์เข้าไปโลดดด

  




เปลี่ยนขบวนที่ Tanah Merah (EW4)

 


ที่พักเราระบุว่าย่าน Little India แต่ว่าลงสถานี Farrer Park Sta. จะถึงไวกว่า ถ้าใครพักอยู่ที่ไหนก็ลองเปิด กูเกิ้ลแมพเช็คก็ได้ว่าเราจะเดินไปอีกไกลไหม เพราะข้อมูลโรงแรมจะชอบบอกว่าตัวเองอยู่ใกล้สถานีฮิตๆ ไว้ก่อน

การเดินทางด้วย MRT นั้นไม่ยากเลย เหมือนรถไฟฟ้าและใต้ดินบ้านเราเลย แค่มันมีหลายสถานี ครอบคลุมมากกว่า สะดวกสบายกว่าเท่านั้นเอ๊งงงง อย่าแขวะบ้านตัวเองสิ ฮ่าาา

  




ที่พักของพวกเรามีนามว่า MET A space pod @Little India น่ารักมากกกก แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมา หาในเน็ตเอาเนอะ จะเป็นตู้นอนอวกาศๆ หน่อย และมีการปีนป่ายเล็กน้อย เพราะว่าห้องเราอยู่ชั้นบน พอไปถึงเราก็หาที่ซุกกระเป๋า ห้องยังเคลียร์ไม่เสร็จดี แต่ทางที่พักใจดีให้อาบน้ำกันก่อนได้ คงเห็นสภาพพวกเราไม่โอเคหรือเปล่า ฮ่าาๆ

ไปกันต่อที่ย่าน Chainatown คร้าบผมม












จัดมื้อกลางวันกันที่ Maxwell Food Centre เมนูฮิตข้าวมันไก่!! ถือว่าถูกใจใช้ได้ ดีงามตรงไก่นุ่ม นุ่มละมุนมาก คือของบ้านเราชอบทุบไก่ ให้มันแบนๆ บางร้านก็แห้งเกิ้นนะ แต่ชอบข้าวมันของบ้านเรามากกว่านะ 









พวกเราไปซื้อบัตรเข้า Universal Studios (62$) และกิจกรรมอื่นๆ ที่อยากเล่นกัน ที่ Sea Wheel Travel อยู่ในห้าง People's Park Centre ชั้น3 ราคาจะถูกกว่าที่อื่นนะ ไปเที่ยวแถว Chinatown ก็แวะไปซื้อเลย

  


เดินกันมาตัวฉ่ำๆ ร่างกายเริ่มต้องการความหวาน และเหมือนชะตากำหนดไว้ มีร้านไอติมตัดอยู่ เราเลือกแบบห่อด้วยวาฟเฟิล มันก็ไอติมธรรมดาแหละ แต่มันชื่นใจดี

  



หลังจากนั้นเราก็นั่ง MRT ไปลง Bugis St. เปิดแมพเดินไปยัง Haji Lane เป็นซอยชิคๆ มีร้านขายสินค้าน่ารักๆ รวมไปถึงอาหาร และขนมต่างๆ เดินกันได้ตามอัธยาศัย มีมุมให้ถ่ายรูปได้เรื่อยๆ เลยค่ะ
  






ไปต่อกันในที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสิงคโปร์ดีกว่า ไปดูเจ้า Merlion กันเถอะ!! เราใช้บริการ MRT เช่นเดิม ลงสถานี Raffles Place และเดินต่ออีกนิดหน่อย

 




..แต๊นนนนนนได้เจอ Merlion ตัวจริงแล้วว เออออมันน่ารักดี รูปล่างนะ



แถวนี้อยู่ได้นานเลย เราไปถึงกันบ่ายแก่ๆ อยู่กันจนมืด ได้เห็นแถวนั้นทั้งตอนสว่างและมืด ดูแสงสีเพลินมาก วันนั้นท้องฟ้าสวยอีก <3






ถ่ายรูปเพลินสุด




ขอตัดจบวันนี้แต่เพียงเท่านี้ค่าาา
พรุ่งนี้เราจะไปตะลุยเกาะ Sentosa กัน เย้!!
Share: