Travel and Lifestyle

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวภาคเหนือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวภาคเหนือ แสดงบทความทั้งหมด
, , , , ,

ที่พักคูลๆ ดูพระอาทิตย์ตกดิน แคมป์ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

Magic Hour at Camp Phuchifa
แคมป์ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย




แสงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์จะตก เป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นไม่นานนัก แต่กลับทำให้บรรยากาศในการมาเที่ยวเชียงรายครั้งแรกของเรามันดีมากๆ รู้สึกว่ามันจะต้องดีไปทั้งทริปเลยล่ะ ในพาร์ทนี้เราจะรีวิวเฉพาะที่พักนะ ไว้จะเล่าฉบับเต็ม 4 วัน 3 คืนแยกให้อ่านกันอีกรอบหนึ่ง




แคมป์ภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณทางขึ้นภูชี้ฟ้ามากนัก เราว่าทำเลดีเลยนะ วิวหน้าที่พักก็สวยประมาณหนึ่ง ถ้าโชคดีก็จะได้ดูพระอาทิตย์ตกดิน เห็นแสงงามๆ แบบที่เราเห็นนี่แหละ มีชุดหมูกระทะจำหน่ายด้วยนะ แจ้งไว้ตั้งแต่ตอนจองที่พักได้เลย


บริเวณหน้าเต็นท์ของพวกเรา มีกล่องใส่รองเท้าแตะไว้บริการด้วย รู้เลยว่าอาจจะมีเจ้าถิ่นแอบขโมยรองเท้าไปเล่นได้ ฮ่าๆ ส่วนเรื่องห้องน้ำ จะเป็นห้องน้ำรวม แต่ค่อนข้างสะอาด แบ่งเป็นสัดส่วนเรียบร้อยดี


บรรยากาศภายในเต็นท์ กว้างขวาง มีไฟฟ้าให้ใช้
ทิชชู ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัวพร้อม มีกุญแจล็อคเต็นท์


ตรงที่มีการประดับไฟในรูป จะเป็นโซนห้องน้ำ และโซนที่เรานั่งรับประทานอาหารเช้ากัน ห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ แต่ก็เย็นอยู่ดี ฮ่าๆ ส่วนหมูกระทะมื้อเย็น เราสามารถนั่งรับประทานได้ที่หน้าเต็นท์เราเลย ชุดเล็ก 399 บาท ชุดใหญ่ 599 บาท แอบมีมุมมินิมาร์ทเล็กๆ ให้เราได้ซื้อขนมและเครื่องดื่มเพิ่มเติมด้วย

ระหว่างนั่งรับประทานมื้อเย็นนั้น
มีคุณลุงมาเดินถามเรื่องไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูชี้ฟ้า
แนะนำว่าให้ตกลงไปเลย

รายละเอียดการนั่งรถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูชี้ฟ้า
คนละ 60 บาท (ไป-กลับ) นัดหมายเวลาได้ เรานัดไว้ 05.00 น.
จะมีรถมารับถึงที่พักตามเวลานัด สะดวกมาก

จริงๆ 05.30 น. ก็ทันนะ เพราะพระอาทิตย์ขึ้น 06.45 น. แต่ไปตากลมเล่นสักหน่อยก็หนาวดี หนาวมากๆ เลยดีกว่า ลมแรงมากๆๆๆ เพราะฉะนั้นอย่าลืมเสื้อกันหนาว มีหมวกไหมพรม ถุงมืออะไรก็ติดไปเผื่อได้เลย จะได้ไม่ต้องรอพระอาทิตย์แบบทรมาน และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยด้วยล่ะ

ปล. ที่แนะนำให้จองรถจากที่พักเลย เพราะว่ายังไงเราก็ต้องใช้บริการรถของชุมชนอยู่ดีค่ะ
เขาไม่เปิดให้รถยนต์ส่วนบุคคลขึ้นไป สามารถขับไปได้แค่บริเวณตรงหน้าทางขึ้นเท่านั้น


ตัดภาพไปที่เช้าอีกวัน ถึงเวลาที่ได้นัดหมายกับรถกระบะไว้ มีแขกจากเต็นท์อื่นๆ ใช้บริการรถขึ้นภูชี้ฟ้าด้วยเช่นกัน เราขึ้นหลังรถกระบะไปประมาณไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงหน้าทางเดินขึ้นภูชี้ฟ้า เดินเท้าต่ออีกประมาณ 800 เมตร มีไฟฉายติดไปด้วยก็ดีนะ หรือจะใช้แฟลชจากโทรศัพท์ก็ได้


พระอาทิตย์ขึ้นที่ภูชี้ฟ้า


"ชี้ฟ้า" จริงด้วย



ช่วงที่เราไปมีเจ้าฝุ่น pm 2.5 มายมาย แบบกำลังพีคเลยก็ว่าได้ ทำให้รู้สึกแอบเห็นวิวไม่ค่อยเต็มตาเท่าไหร่ แบบทัศนวิสัยไม่ดี มีความหมองๆ แต่แค่นี้ก็รู้สึกว่าสวยงามแล้วนะ ต้องลองไปช่วงอากาศดีๆ กว่านี้อีกสักรอบ อิอิ :D


รูปในกระทู้นี้เราแต่งภาพเพิ่มเติมน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นสีจริง จบหลังกล้องเลย ความสดอาจจะต่างกันเพราะกล้องที่ใช้ถ่ายมี 3 ตัว จากสามค่ายยักษ์ใหญ่ เหมือนอวดไหมอะ ฮ่าๆ กล้องเพื่อนจ้าาา



หลังจากที่เราไปดูพระอาทิตย์ขึ้น และเดินเล่นถ่ายรูปบริเวณจุดชมวิวเรียบร้อยแล้ว เราก็เข้าคิวนั่งรถกระบะลงมาเช่นเดิม มีรถบริการเรื่อยๆ นะ แจ้งให้มาส่งที่พักได้เลย สะดวกมากกก



ภาพบรรยากาศของที่พักช่วงกลางวัน (อันนี้เราถ่ายตอนกำลังจะออกจากที่พักแล้วนะ ก็เลยดูแดดเปรี้ยงๆ หน่อย) มาๆ ตามมากินมื้อเช้ากันต่อจ้ะ


เวลาประมาณ 08.00 น. เราก็กลับมารับประทานอาหารเช้ากันที่แคมป์ภูชี้ฟ้า
มีข้าวต้ม เมนูไข่ที่ให้เราทอดกันเอง ไส้กรอก ขนมปัง กาแฟ โอวัลติน


บรรยากาศตอนเกือบเที่ยง แดดเปรี้ยงๆ


มีมุมเซ็ตอัพไว้ให้ถ่ายรูปเก๋กรุบกัน แอบขโมยรูปเพื่อนสาวมา


โดยรวมแล้วเราประทับใจที่นี่มาก ถ้ามีเพื่อนมาถามก็คือแนะนำนะ เราว่าการจัดการต่างๆ ค่อนข้างดีเลย สะอาด บรรยากาศดี ใครสนใจจะพักที่นี่ก็ต้องตั้งหลักจองกันตั้งแต่เนิ่นๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เพราะที่นี่ค่อนข้างฮอตฮิตเลยล่ะ

Share:
Read More
, , , , , ,

กึ้ดเติงน่าน | บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวน่านครั้งแรก




001 กึ้ดเติงน่าน
On This Day ใน Facebook ย้ำเตือนความจำว่าเดือนนี้ครบหนึ่งปีแล้วที่เราเคยไปเที่ยวน่านมา เรามักจะคิดเสมอว่าถ้าเวลาผ่านไปนานแล้วเรายังอยากกลับไปที่นั่นอยู่ แปลว่าที่นั่นมีความหมายกับเรา หรือคงเป็นสถานที่ที่ทำให้เราประทับใจได้ไม่น้อย ซึ่งสำหรับน่านมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ อยากกลับไปเที่ยวอีก "คิดถึงน่านจัง"
นี่คือครั้งแรกในการเดินทางไปน่านของเรา เป็นการระลึกความหลังขึ้นมาเขียนสักหน่อย นี่ก็ครบปีแล้วเราเดินทางไปเที่ยวน่านระหว่างวันที่ 15 - 18 พ.ย. 2559 วางแผนกันว่าจะรีบมาก่อนช่วงพีค ๆ เพราะหลังจากนี้คนจะต้องมาเที่ยวเยอะแน่ ๆ ตลอดการเดินทางเมื่อเราพบคุณลุง คุณป้า คุณพี่พนักงานร้านอาหาร ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "รีบมาเที่ยวก่อนดีแล้วหนู จะได้ไม่ต้องมาแย่งกันเที่ยว หลังจากนี้คนจะเยอะแล้ว" อย่างกับเตี๊ยมกันมา น่ารักดี



002 การเดินทาง
การเดินทางโดยเครื่องบินน่าจะสะดวก รวดเร็วทันใจที่สุด นอกจากจะเป็นการไปเที่ยวน่านครั้งแรก สิ่งที่เป็นครั้งแรกอีกอย่างของเราก็คือการเช่ารถยนต์ขับเที่ยวเองนี่แหละ รถโดยสารประจำทางอื่น ๆ เราก็ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่านะ ไม่ได้ศึกษาเลย คือแทบจะไม่เห็นหรือเราไม่ได้สังเกตก็ไม่รู้ ฮ่าฮ่า ส่วนใหญ่เจอแต่คนที่เช่ารถขับเที่ยวกันเองทั้งนั้น ถือว่าคุ้มค่ามากกก อยากไปไหนไป อยากแวะไหนแวะ ดีงาม





003 ดอยเสมอดาว
เราถึงน่านประมาณ 18.00 น. พระอาทิตย์โบกมือลา แสงกำลังจะหมดแล้ว มาถึงเราก็รีบบู๊เลยค่ะ แวะซื้อข้าวของที่ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง แล้วเบิ่งขับรถขึ้นดอยเสมอดาวกันโลดดด ถนนค่อนข้างดี มีมืดบางจุด และมีรถสวนมาให้ใจได้เต้นตึกตัก ฮ่าฮ่า ช่วงนั้นน่าจะทำทางใหม่พอดี หลาย ๆ ที่แอบมีการซ่อมถนน ใช้เวลาประมาณไม่ถึง 2 ชั่วโมง เราก็ถึงดอยเสมอดาวค่ะ



ช่วงที่เราไปเพิ่งจะมีปรากฏการณ์ซุปเปอร์ฟูลมูน หลังคืนวันลอยกระทง ระหว่างทางที่ขับรถขึ้นดอยมาก็ยังเห็นว่าพระจันทร์ใหญ่อยู่เลย แต่ถ่ายภาพไว้ไม่ทันจริง ๆ ตอนจองตั๋วก็ไม่ได้เช็คดูว่าวันอะไรยังไง ข้างขึ้นหรือข้างแรม ผลปรากฎก็คือดงดาวก็แทบจะไม่เห็นนี่แหละค่ะ ฮ่าฮ่า เพราะแสงจากดวงจันทร์มันสว่างเกินไป แนะนำให้เช็ควันดูให้ดีก่อนนะคะ แต่เท่าที่เราไปมาก็ฟินมากแล้ว

เราเลือกนอนเต็นท์ที่ทางอุทยานมีไว้บริการ คือจริง ๆ ก็ไม่ได้เลือกหรอก แต่ด้วยความเข้าใจผิดอะไรกันไม่รู้ เจ้าของเต็นท์ที่นัดกันไว้ว่าจะมา ก็ไม่มา! เลยจำนนฟ้าดินไปเช่าเต็นท์ของทางอุทยานก็ได้ เกือบไม่มีที่นอนแล้วเรา ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ได้สะอาดมาก แต่ก็ไม่ได้สกปรก แต่ถ้าใครที่มีเวลา แนะนำหาเช่าเต็นท์จากด้านล่างก่อนขึ้นมาบนดอยนะคะ อาจจะได้เต็นท์ที่กว้างขวางและสะอาดกว่า เดี๋ยวจะอวดรูปให้ดูตอนเช้าวันใหม่



ตอนนี้ขออวดรูปหมูกระทะก่อน มื้อแรกที่น่านท่ามกลางสายลมหนาว ดื่มด่ำกับการกินหมูกระทะร้อน ๆ อะไรมันจะดีปานนี้ หลังจากนั้นเราก็พากันเดินขึ้นไปบนยอดดอย ให้ลมหนาวตีหน้าเล่น แต่ลมหนาวไม่ตีเล่น ๆ ไง ตีจริงจังจนหน้าชาจ้า สุดท้ายมนุษย์ก็แพ้พ่ายธรรมชาติเช่นเคย เราหนีลงมาอาบน้ำแปรงฟันนอนดีกว่า ใส่คำว่าอาบน้ำให้ดูดี จริง ๆ ไม่ได้อาบ ฮ่าาาา



004 ตื่นแต่เช้า!!
นอนขดด้วยความหนาว ผ้าห่มไม่พอค่ะคุณ นาฬิกาที่ว่าตั้งปลุกไว้เช้าแล้ว ก็เช้าไม่เท่าเต็นท์รอบข้าง เสียงฝีเท้าเดินหยุบหยับทำให้เราตื่น นักท่องเที่ยวแทบทุกท่านต่างมุ่งหน้าไปบนยอดดอยกัน











เริ่มมีแสงจากพระอาทิตย์เข้ามาเติมเต็มให้ทะเลหมอกตรงหน้าเราสมบูรณ์แบบมากขึ้น เราต่างถ่ายภาพซิลลูเอทกันด้วยความสนุกสนาน นี่อาจจะเป็นฟ้าที่สวยงามมากกว่าตอนที่พระอาทิตย์โผล่มาเต็มดวงก็เป็นได้.... แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นแหละค่ะ ขณะนี้เมฆได้ทำการล้อมไว้หมดแล้ว บังเกือบมิดเลย ซึ่งเราทำใจไว้แล้วนะว่าคงไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวงหรอก โตแล้วห้ามงอแง











005 เป็น อยู่ คือ
นี่คือสภาพความเป็นอยู่ของเรา เต็นท์ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ มีแผนผังให้เราเลือกจองได้ด้วยนะ ส่วนราคาจำไม่ได้แล้ว แต่ไม่แพงแน่นอน ห้องน้ำอยู่ในระดับพอใช้ค่ะตามแบบฉบับอุทยานแห่งชาติ








 มองจากดอยลงมายังลานกางเต็นท์ จะเห็นว่ามีบริเวณไม่กว้างมากนัก ที่จอดรถก็เช่นกัน



 มองจากลานกางเต็นท์ขึ้นไปบนยอดดอย



หลังจากดื่มด่ำกับวิวบนดอยเสมอดาวได้สักพัก แดดอันร้อนแรงก็ไล่พวกเราให้ไปหาที่หลบพัก เราก็เดินสำรวจไปยังอีกฝั่งหนึ่งของดอย หลังจากนั้นก็ไปหาข้าวเช้ากินข้างหน้าทางเข้าค่ะ







 ตรงนี้จะเป็นลานกางเต็นท์ของเอกชน



006 ไปต่อกันที่ผาชู้
ขับรถมาไม่ไกลจากดอยเสมอดาว เราก็ถึงจุดชมวิวอีกหนึ่งจุดนั่นคือบริเวณผาชู้ มีลานกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ เงียบสงบและคนน้อยกว่าบริเวณดอยเสมอดาวมาก เราว่าที่นี่มองเห็นวิวไม่ค่อยเต็มตาเท่ากับที่ดอยเสมอดาว







 ผาชู้มีอะไร? มีสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เอ้อออ เอาสิ มีความว้าวแบบฮะ!!?? ฮ่าฮ่า





 007 ยืนงงในดง เสาดินนาน้อย
มีความว้าวแบบงง ๆ อีกแล้ว มันค่อนข้างเล็กกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย แต่แปลกตาดีนะ ธรรมชาติก็ช่างสรรค์สร้างจริง ๆ ไม่รู้ว่าทับถม กัดเซาะกันมากี่ล้านปีถึงเป็นแบบนี้ได้หนออ... ตอนเราไปคือไม่ค่อยมีคนไปเที่ยวเท่าไหร่ มีความพิศวงนิดหน่อย เราเดินชมด้วยความระมัดระวังเพราะมีสัตว์โลกผู้น่ารักอยู่เป็นระยะๆ









008 จะไปปัว
วันนี้เราจะไปพักที่อำเภอปัวกัน ดอยเสมอดาวกับปัวนี่คืออยู่กันคนละฟากกันเลย ถ้าขับรถยาวๆ ก็เกือบสองชั่วโมงครึ่ง เพราะงั้นเราเลยแวะในเมืองกันก่อนเพื่อทานข้าวกลางวัน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน สถานีแรกคือที่วัดภูมินทร์กับจิตรกรรมฝาผนังกระซิบรักบันลือโลก







 มื้อกลางวันแนะนำข้าวซอยไก่ มีหลายร้านให้เลือกสรร (ในกรุงเทพร้านไหนอร่อยแนะนำหนูที พลีส)
  


หลังจากเอร็ดอร่อยกับมื้อกลางวันเป็นที่เรียบร้อย เราก็ออกเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่านกันต่อ นั่นก็คือวัดพระธาตุแช่แห้งค่ะ



พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีเถาะ ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา







 หลังจากที่เราเดินสำรวจบริเวณวัด ทักทายเจ้าแมวได้สี่ห้าตัว ก็สมควรแก่เวลาที่เราจะไปปัวกันสักที^^



ตอนนี้เราอยู่ที่อำเภอปัวกันแล้ว ขับรถมาเรื่อย ๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร เราแวะเข้าที่พักเพื่อเก็บสัมภาระและแอบเอนหลังอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังอีกสถานที่ซึ่งไม่ไกลจากที่พักของเรานั่นคือ วัดภูเก็ต





วัดภูเก็ตจะมีวิวทุ่งนาให้เราได้ชมกัน ถึงแม้ช่วงที่เราไปเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวข้าวกันไปหมดแล้ว แต่ความสวยงามของตรงนี้ก็ไม่ได้น้อยลงเลย แต่กลับสวยไปอีกแบบ เราใช้เวลาชมวิวนี้จากด้านบนของวัดอยู่พักใหญ่เลย





 ได้เวลาลงไปสำรวจด้านล่างกันบ้าง แดดกำลัง (แรง) ดีเลย







 เดินสำรวจกันมาเหนื่อย ๆ ก็ต้องหาน้ำหวาน ๆ มาดื่มให้ชื่นใจ





กาแฟบ้านไทลื้อ ร้านดังที่ใครไปเที่ยวน่านก็ต้องไม่พลาดที่จะเช็คอิน มีความน่ารักเก๋ไก๋ ชมวิวทุ่งนาในราคามิตรภาพ แถมได้ชมความงามของผ้าไทยจากร้านลำดวนผ้าทอ ซึ่งอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน









009 สายวันใหม่
วันนี้เราปล่อยตัวเองตื่นสายนิดหน่อย อิดออดกับการทานมื้อเช้าที่คุณป้าชวนให้มาทาน ทั้ง ๆ ที่เราจองที่พักแบบไม่มีอาหารเช้า แถมคุณป้ายังผัดผักบุ้งมาเผื่อเราอีกจาน นอกจากความสวยงามของสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปะวัฒธรรม และสถาปัตยกรรมต่างๆ ก็คงจะเป็นชาวน่านที่เราได้พบเจอนี่แหละที่ทำให้เราประทับใจ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจมื้อเช้า เราขับรถไปลุยกันต่อที่ดอยภูคา ระหว่างทางมีต้นไม้น้อยใหญ่ที่ค่อนข้างทึบ (กว่าแถบดอยเสมอดาว) บังแดดให้เราได้เป็นอย่างดี เราลดกระจกลงรับไอเย็นของอากาศที่ถึงแม้ตอนนั้นจะสิบโมงกว่าแล้วแต่ก็ยังเย็นเหมือนตอนเช้ามืด



ด้านบนดอยภูคามีลานกางเต็นท์ และบ้านพักของอุทยานซึ่งน่าสนใจมากกก ไว้ทริปหน้าลองมานอนที่นี่บ้างดีกว่า อากาศด้านบนในช่วงเวลานี้ที่ดอยภูคายังเย็นอยู่เลย ถ้าเป็นดอยเสมอดาวร้อนตับแตกไปแล้ว นี่เป็นข้อแตกต่างที่เราสัมผัสได้









จุดชมวิว 1715 เราจำไม่ได้ว่าทำไมถึงมาจุดนี้ ไม่แน่ใจว่าบังเอิญขับรถผ่าน 
หรือเห็นป้ายแล้วตามมา แต่ก็มาแล้ว และดีใจที่ได้มา 









 ชีวิตมีขึ้นแล้วก็ต้องมีลง... ลงไปหาอะไรกินต่อเถอะ



010 ติดใจเห็ด ณ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ
ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนจะง่วง ๆ และหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ถึงจุดหมายที่เรานัดแนะกันไว้ว่าจะมาอีก นี่เป็นครั้งที่สองกับฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ เมื่อวานเรามาโดนพิซซ่าเห็ดไป คือมันถูกปากเราอะ อร่อยมากจริง ๆ สารพัดเมนูเห็ดหาได้จากที่นี่ วันนี้เลยต้องมาซ้ำ จะอวดรูปให้ชม ณ บัดนี้



 บรรยากาศก็ดีไปอีกก











เรากำลังลงไปเดินเล่นยังทุ่งนาด้านล่าง บริเวณนั้นก็จะเป็นทางเดินไปวังศิลาแลงได้ด้วย เราเดินไปถึงปากทางที่คาดว่าจะเป็นทางเข้าวังศิลาแลงแล้วแหละ แต่ไม่มีป้ายบอกทางใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีนักท่องเที่ยวไม่มีชาวบ้านเลยแม้แต่คนเดียว เรามากันแค่สองคนเลยแบบ...ไม่ไปดีกว่า เดี๋ยวเรียกให้ช่วยแล้วไม่มีคนได้ยิน ฮ่าาา เลยได้ภาพถ่ายมาแค่ใบเดียวจากตรงด้านหน้า







011 ในเมือง
คืนสุดท้ายเราพักในตัวเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตนัก หลังจากแวะนำสัมภาระไปเก็บเราก็ออกมาตระเวนกันต่อ โดยทิ้งรถยนต์ไว้ที่ที่พักนั่นแหละ แล้วเปลี่ยนมาปั่นจักรยานลดโลกร้อนกัน ทางที่พักมีจักรยานให้เรายืมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เราเลยขี่กรุ๊งกริ้ง ๆ ตระเวนไปทั่ว







 วัดศรีพันต้น





 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน





 วัดมิ่งเมือง เสาพระหลักเมือง





 ก่อนนอนวันนี้จัดของหวานป้านิ่มกันไป ...หลับสบาย





012 ไว้เจอกันใหม่นะน่าน
วันนี้ไม่มีกิจกรรมใด ๆ แล้ว เป็นวันที่เราเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทริปนี้ก็ประทับใจอีกเช่นเคย (เรียกว่าได้ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ประทับใจเมื่อนั้นแหละสำหรับเรา ฮ่าา) แต่สำหรับน่านนี่ยังคิดถึงอยู่เสมอๆ เลยแหละ มันน่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเราประทับใจกับที่นี่จริงๆ







ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่น่ารักเหมือนเดิม :)       วงกลม.
#Nan #Wcrjbtrip #WongGlom #WongglomxNan


Share:
Read More